ภายในปี 2020 “Data Automation และ IoT” จะพลิกโฉมวิถีชีวิต และการทำงาน

0
2718
IoT

เอ็นทีที (NTT) คาดการณ์อนาคต DISRUPTION ปี 2020 แนวโน้ม 6 เทคโนโลยีสำคัญ อาทิ Data, Automation และ IoT จะช่วยพัฒนาธุรกิจ สอดรับการพลิกโฉม และยกระดับธุรกิจสู่ยุคดิจิทัล…

highlight

  • การใช้เทคโนโลยีด้าน Disruptive ที่จะเกิดเป็นกระแสหลักในปี 2020 โดยจะเป็นการผสมผสานระหว่างข้อมูล (Data) ระบบอัตโนมัติ (Automation) และ อินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (Internet of Things)
  • ปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ จะเป็นหัวใจที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของอุปกรณ์ต่างๆ ให้เชื่อมโยงและสื่อสารข้อมูลถึงกันได้ด้วยตัวเอง

ภายใน 10 ปี Data, Automation และ IoT จะพลิกโฉมวิถีชีวิต และการทำงาน

Ettienne Reinecke ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท NTT Ltd. กล่าวว่า การใช้เทคโนโลยีด้าน Disruptive (Disruptive technologies) ที่จะเกิดเป็นกระแสหลักในปี 2020 โดยจะเป็นการผสมผสานระหว่างข้อมูล (Data) ระบบอัตโนมัติ (Automation) และ อินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (Internet of Things)

เข้าด้วยกันเพื่อสร้างการเชื่อมต่อของเมือง และสังคมให้เชื่อมโยงถึงกัน ซึ่งเราจะได้เห็นแนวโน้มของ 6 เทคโนโลยี ที่จะเทคโนโลยีที่สร้างความพลิกผันมากขึ้น (Disruptive Technologies) โดยจะครอบคลุม การรักษาความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ (Cybersecurity) รูปแบบสถานที่ทำงาน (Workplace)

โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ธุรกิจ (Business) และการบริการด้านเทคโนโลยี (Technology Services) โดยภายในในปี 2020 หลายสิ่งหลายอย่างที่เคยกล่าวถึงในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จะมีการเชื่อมต่อกันเพื่อนำไปสู่การสร้างเมืองอัจฉริยะที่มีความชาญฉลาด รวมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมการทำงาน

IoT

และธุรกิจยุคใหม่ที่เชื่องโยงถึงกันบนพื้นฐานของความปลอดภัย ทั้งนี้ ระบบข้อมูล เทคโนโลยีด้าน ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ เอไอ) และระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้รับการออกแบบมาโดยตรง จะเป็นหัวใจที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของอุปกรณ์ต่างๆ ให้เชื่อมโยงและสื่อสารข้อมูลถึงกันได้ด้วยตัวเอง

โดยปราศจากการควบคุมของมนุษย์ เมืองอัจฉริยะ และการใช้ ไอโอที จะกลายเป็นบรรทัดฐานในการปรับปรุงประสิทธิภาพ สร้างการเติบโต และพัฒนานวัตกรรมในทุกภูมิภาค

ซึ่งที่ผ่านมา เอ็นทีที มีการควบรวมบริษัทต่างๆ ในเครือ ให้อยู่ภายใต้แบรนด์ NTT Ltd. ปัจจุบัน  NTT Ltd. มีพนักงาน 40,000 คนจาก 31 แบรนด์ ซึ่งรวมทั้งบริษัท  NTT Communications บริษัท Dimension Data และบริษัท NTT Security เพื่อให้บริการลูกค้ากว่า 10,000 รายทั่วโลก

เราได้ใช้การใช้ข้อมูลเชิงลึกที่รวบรวมจากฐานลูกค้าทั่วโลก ทำให้เอ็นทีทีสามารถคาดการณ์อนาคตเพื่อสร้างสรรค์โซลูชั่นด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะที่มีประสิทธิภาพสูงสุดให้กับลูกค้า

ทั้งนี้ รายงานการคาดการณ์แนวโน้มเทคโนโลยีปี 2020 ใน Future Disrupted 2020 จะช่วยให้องค์กรธุรกิจและอุตสาหกรรมเห็นทิศทาง และแนวทางที่จำเป็นเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นตลอดปี 2020

“ที่ผ่านมา หลายอุตสาหกรรมมักพูดถึงเทคโนโลยีต่างๆ ทั้งระบบคลาวด์ ข้อมูล เทคโนโลยีเอไอ และระบบความปลอดภัยในมุมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ปีหน้าสิ่งเหล่านี้จะเปลี่ยนไป โดยเราจะเห็นการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์มีการประมวลผลอย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมใหม่ ที่มีความเป็นอัจฉริยะมากขึ้น มีการเชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลกระทบครั้งใหญ่ต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนในสังคม” Ettienne Reinecke กล่าว

IoT

ในอนาคตเมืองและสังคมต่างๆ ทั่วโลกจะเริ่มเดินตามรอยการพัฒนาเมืองของลาสเวกัส ซึ่งได้กลายเป็นต้นแบบของเมืองอัจฉริยะที่มีการแบ่งปันข้อมูลระหว่างภูมิภาค และสร้างการรับรู้สถานการณ์ต่าง ๆ ผ่านเทคโนโลยีในรูปแบบวิดีโอ และเสียง ด้วยการใช้เทคโนโลยี ไอโอที บนโครงสร้างพื้นฐานที่มีความปลอดภัย

ยกตัวอย่างเช่น ลาสเวกัส ได้พัฒนาเมืองให้มีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยต่อการอยู่อาศัย มีการปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ เพื่อไปสู่เป้าหมายของการมีชีวิตที่ยืนยาว ซึ่งการพัฒนาโครงการเมืองอัจฉริยะ จำเป็นต้องอาศัยการผสมผสานเทคโนโลยีที่หลากหลาย

เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์ โดยเรามองว่าการพัฒนาเมืองในรูปแบบดังกล่าวจะเป็นเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีในปีหน้า ซึ่งจากรายงานการคาดการณ์ Future Disrupted 2020 ที่ได้จัดทำ และรวบรวมขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญของเอ็นทีที พบว่า ภายในแนวโน้มสำคัญใน 12 เดือนข้างหน้า

เทคโนโลยีที่จะเข้ามามีบทบาทในอนาคต และขั้นตอนต่าง ๆ ที่ธุรกิจสามารถนำไปใช้เพื่อสร้างให้เกิดประโยชน์ตลอดปี 2020 อย่างไรก็ตาม แม้เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่ช่วงที่ผ่านมากลับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างช้ากว่าที่เคยเป็นมา

ซึ่งชี้ให้เห็นชัดว่า เรายังไม่มีเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่ช่วยแก้ปัญหาในสังคม ธุรกิจ หรือในชุมชน ฉะนั้นยังมีโอกาสอีกมากที่เราจะใช้เทคโนโลยีหรือเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการริเริ่มสร้างนวัตกรรมในหลากหลายสาขา เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในอนาคต

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน : ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว)
*** ขอขอบคุณภาพประกอบ และข้อมูลบางส่วนจาก : www.pexels.com

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ eleaderfanpage

Comments

comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

52 − = fifty one