Mobile Money Wallet

กระแสการใช้เงินดิจิทัลบนสมาร์ทโฟน (Mobile Money Wallet) บูม!! แล้วธุรกิจของคุณพร้อมหรือยัง เพื่อรับมือดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ของนักท่องเที่ยวที่ต้องการที่มากขึ้น…

highlight

  • ในอีก 3 ปีข้างหน้า (ปี 2565) ยอดนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางไปต่างประเทศ โดยคาดว่าจะสูงถึง 178.4 ล้านคน โดยมียอดใช้จ่ายต่อปีจะอยู่ที่ประมาณ 5.5 ล้านล้านบาท โดยนักท่องเที่ยวจีนราว 35% ชอบซื้อสินค้าแบรนด์ที่เป็นที่รู้จัก ขณะที่ 62% ชอบซื้อสินค้าที่หาไม่ได้ในประเทศจีน 

4 แนวแทางใช้ Mobile Money Wallet รับมือนักท่องเที่ยวยุคใหม่ (โดยเฉพาะชาวจีน) 

จากการสำรวจโดย อาลีเพย์ (Alipay) ที่ได้เปิดเผยพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวจีน พบว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา และในอีก ปีข้างหน้า (ปี 2565) ยอดนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางไปต่างประเทศ

โดยคาดว่าจะสูงถึง 178.4 ล้านคน โดยมียอดใช้จ่ายต่อปีจะอยู่ที่ประมาณ 5.5 ล้านล้านบาท ซึ่งจากแนวโน้มดังกล่าว ประเทศไทยในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาท่องเที่ยวจึงจำเป็นต้องให้ความสนใจต่อพฤติกรรมดังกล่าวด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ ในช่วงเดือนสิงหาคม 2562 นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมายังประเทศไทยเพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยยอดนักท่องเที่ยวจีนอยู่ที่ 1.03 ล้านคน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ยอดนักท่องเที่ยวจีนแตะระดับ ล้านคน ภายหลังจากที่ธุรกิจท่องเที่ยวของไทยชะลอตัวลงมานานถึง เดือน

ยอดใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ความบันเทิง ช้อปปิ้ง และการรับประทานอาหารในไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่ 20% โดยยอดใช้จ่ายทั้งหมดอยู่ที่ 54,887.89 ล้านบาทแน่นอนว่านักท่องเที่ยวจีนจะยังคงมีอิทธิพลต่ออนาคตของธุรกิจท่องเที่ยว และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ขณะที่หน่วยงาน

และกระทรวงการท่องเที่ยวพยายามค้นหาหนทางใหม่ ๆ ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากจีนเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ องค์กรธุรกิจก็มีบทบาทสำคัญในการขยายการให้บริการเพื่อรองรับความต้องการ และพฤติกรรมการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีน

Mobile Money Wallet

ซึ่ง อาลีเพย์” ได้แนะ 4 แนวทางที่ได้ผลที่ทาง เพื่อให้ธุรกิจไทยเตรียมพร้อมรับมือได้ทัน สามารถสร้างรายได้จากการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีน ได้แก่ 

พลิกโฉมประสบการณ์ค้าปลีกรูปแบบเดิม

 ท่ามกลางสภาวะการแข่งขันแบบออนไลน์และออฟไลน์ที่รุนแรงมากขึ้น “ธุรกิจรูปแบบเดิม” ไม่ใช่แนวทางที่ใช้ได้ดีอีกต่อไปสำหรับผู้ค้าปลีก อย่างไรก็ตาม ความท้าทายย่อมมาพร้อมกับโอกาสใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีรายได้สูงจากจีน

ผู้ค้าปลีกจำนวนมากเริ่มสร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ตอบโจทย์ความต้องการที่เฉพาะเจาะจงของนักท่องเที่ยวจีนที่มีฐานะร่ำรวย  นอกจากนั้น ผู้ค้าปลีกบางรายยังพยายามศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่นักท่องเที่ยวจีนต้องการ รวมถึงวัฒนธรรมประเพณี พฤติกรรม ความคุ้นชิน หรือสิ่งที่นักท่องเที่ยวจีนอ่อนไหวเป็นพิเศษ

ตัวอย่างเช่น นักท่องเที่ยวจีนราว 35% ชอบซื้อสินค้าแบรนด์ที่เป็นที่รู้จัก ขณะที่ 62% ชอบซื้อสินค้าที่หาไม่ได้ในประเทศจีน ตามผลการสำรวจของบริษัทที่ปรึกษา McKinsey & Company ระบุว่าการรับรู้ถึงแบบแผนการใช้จ่ายดังกล่าวจะช่วยให้องค์กรธุรกิจ สามารถปรับแผนการตลาด และโปรโมชั่นได้อย่างเหมาะสม

ปรับใช้รูปแบบของระบบชำระเงินให้สามารถรองรับการชำระผ่านมือถือ

ชาวจีนจำนวนมากปรับเปลี่ยนสู่สมาร์ทไลฟ์สไตล์ โดยใช้บริการชำระเงินผ่านมือถือเป็นช่องทางหลักในการชำระเงิน และนักท่องเที่ยวจีนก็เริ่มนำเอาพฤติกรรมดังกล่าวมาใช้ในการเดินทางผ่าน “อี-วอลเล็ท” (e-wallet) ขณะที่เดินทางไปยังประเทศอื่น ๆ โดยในปี 2561 ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจีน กว่า 32% ชำระเงินผ่านอุปกรณ์มือถือ

เพิ่มจาก 28% ในปีก่อนหน้า และนับเป็นครั้งแรกที่ตัวเลขดังกล่าวแซงหน้าการชำระด้วยเงินสด ซึ่งอยู่ที่ 30% ของการชำระเงินทั้งหมด ซึ่งผู้กระกอปกิจการค้าปลีกที่เริ่มเปิดรับชำระเงินผ่านมือถือพบว่าลูกค้าชาวจีนสนใจที่จะซื้อสินค้า และบริการเพิ่มมากขึ้น หากมีบริการรับชำระเงินผ่านมือถือ 

ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจของ นีลเส็น (Nielsen) ที่ระบุว่า นักท่องเที่ยวจีนกว่า 93% เต็มใจที่จะซื้อสินค้า และบริการโดยใช้โทรศัพท์มือถือมากกว่า และจะเพิ่มยอดใช้จ่ายหากมีบริการรับชำระเงินผ่านมือถือ โดยปัจจุบันร้านค้าปลีกทั่วไปเริ่มที่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบการค้าสู่ดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น

Mobile Money Wallet

โดยมีการปรับใช้ธุรกรรมผ่านมือถือสำหรับการดำเนินงานและการตลาด เช่น ร้านค้าปลีกในตลาดไนท์มาร์เก็ต บริษัทรถเช่า ศูนย์อาหาร และอื่น ๆ นอกจากนั้น ประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับยังครอบคลุมส่วนอื่นๆ นอกเหนือจากเรื่องของการชำระเงิน สำหรับในประเทศไทย ปัจจุบันมีโรงแรม 17 แห่งในเครือ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล

และโรงแรม 14 แห่ง ในเครือไมเนอร์กรุ๊ป ร่วมมือกับอาลีเพย์เพื่อนำเสนอบริการ “Hotel Pre-authorization” สำหรับนักท่องเที่ยวจีนที่เข้าพักในโรงแรม โดยมีการกันวงเงินสำหรับค่าโรงแรมระหว่างเข้าพักเพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวชาวจีนมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่ใช้ แอพพลิเคชั่นอาลีเพย์ จะกันวงเงินในบัญชีของลูกค้าไว้

ชั่วคราวเพื่อยืนยันการเข้าพัก และเมื่อถึงวันเช็คเอาท์ตามกำหนด ก็จะทำการคืนเงินให้กับลูกค้าโดยอัติโนมัติทันที ดังนั้นการนำเสนอบริการที่ก้าวล้ำ และเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพจะสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวเหล่านี้ และช่วยโรงแรมสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง

เกาะกระแสนักท่องเที่ยวกลุ่ม “ผู้สูงวัย

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังสามารถสร้างความได้เปรียบด้านการแข่งขัน ด้วยการตอบโจทย์นักท่องเที่ยวจีนกลุ่มผู้สูงวัย (Silver Generation) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตรวดเร็วที่สุด  ในงานสัมมนาหัวข้อ China-Ready ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ

โดยเมื่อไม่นานมานี้ นักวิจัยจาก Guilin Tourism University ประเมินว่าตลาดการท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงวัยในไทยจะมีมูลค่า 146 ล้านล้านบาทในปี 2568 และเพิ่มขึ้น 7.3% ต่อปีในอีก 30 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ ราวหนึ่งในห้าของนักท่องเที่ยวจีนจัดอยู่ในกลุ่มผู้สูงวัย ซึ่งมักจะเดินทางอย่างน้อย 4 ครั้งต่อปี ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

นักท่องเที่ยวที่เกษียณอายุแล้วมีสถานะทางการเงินที่ดีและมีเวลาว่างมากกว่า จึงสามารถวางแผนการท่องเที่ยวในช่วงเวลาที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว ซึ่งราคาตั๋วเครื่องบินจะถูกกว่า และใช้เวลาไปกับทริปท่องเที่ยวได้ยาวนานกว่า ทั้งนี้ ไทย มาเลเซีย และญี่ปุ่นเป็นจุดหมายปลายทางในต่างประเทศที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจากนักท่องเที่ยวเหล่านี้

ดังนั้น ผู้ค้าปลีกในภูมิภาคนี้จึงมีโอกาสที่จะได้รับประโยชน์จากการตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ที่หันมาใช้บริการชำระเงินผ่านมือถือเพิ่มมากขึ้น ผลการสำรวจของนีลเส็นย้ำว่า เมื่อปีที่แล้ว 88% ของนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มผู้สูงวัยต้องการให้ผู้ประกอบการรับชำระเงินผ่านมือถือในต่างประเทศ เพิ่มขึ้น 14% จากปีก่อนหน้า

Mobile Money Wallet

เนื่องจาก การเดินทางไปยังต่างประเทศของชาวจีนแผ่นดินใหญ่ คาดว่าจะแตะถึง 260 ล้านครั้ง ภายในปี 2573 ดังนั้นนักท่องเที่ยวจีนจึงทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจในศักยภาพที่สูงมากเป็นประวัติการณ์  ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการไทยจะต้องศึกษาอย่างจริงจังเกี่ยวกับพฤติกรรมและรสนิยมของนักท่องเที่ยวจีน

และลงทุนในเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มที่เหมาะสม เพื่อรองรับการทำธุรกรรมอย่างไร้รอยต่อเหมือนกับประสบการณ์ที่ชาวจีนได้รับในประเทศของตนเอง ซึ่ง แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ประกอบการของไทยได้รับประโยชน์จากโอกาสที่เกิดขึ้นจากนักท่องเที่ยวจีน และเริ่มพัฒนาไปสู่การให้บริการไลฟ์สไตล์ดิจิทัลสำหรับลูกค้าทุกราย

ดังเช่นที่ประเทศไทยมุ่งมั่นผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล หรือดิจิทัลทรานส์ฟอเมร์ชั่นอยู่ในขณะนี้ โดยผลสำรวจที่ทาง Krungsri SME Index ในไตรมาส 1/2562 ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ได้เปิดเผยล่าสุด ชี้ว่า ผู้ประกอบการขนาดเล็กทั่วประเทศ ส่วนใหญ่ 53% เลือกชำระด้วยเช็ค

เนื่องจากคู่ค้ายังไม่มีการใช้ระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ และไม่มั่นใจด้านความปลอดภัยของระบบและข้อมูลของการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนรูปแบบการชำระเงินในลำดับรองมาคือการชำระผ่าน Internet Banking (19%) การชำระด้วยเงินสด (15%) และการจ่ายผ่านโมบายแบงก์กิ้ง (8%)

ซึ่งหากมองในแง่ของโอกาสในการเติบโตการที่ธุรกิจสามารถพัฒนาตัวเองได้ด้วยเทคโนโลยีการชำระเงินอันสมัยยอมหมายถึงโอกาสที่จะ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนจากต่างชาติอีกด้วย เนื่องจากผลสำรวจ Doing Business 2016 ของ ธนาคารระหว่างประเทศเพื่อการบูรณะ และวิวัฒนาการ  (World Bank) จากจำนวน 189 ประเทศ

ในเรื่องของประเทศที่ง่ายต่อการเข้าไปทำธุรกิจ (Ease of Doing Business) หากเทียบกับผลสำรวจปีที่แล้วโดยภาพรวมประเทศสมาชิกในอาเซียนมีทั้งที่คงเดิม คือ สิงคโปร์ที่ยังคงรักษาแชมป์เป็นที่หนึ่ง และมาเลเซียเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน และรักษาลำดับ 18 ของประเทศทั้งหมด ซึ่งที่ลำดับลดลง คือ ประเทศไทย จากเดิมลำดับ 26 ลดมาเป็นลำดับที่ 49 แต่ยังคงเป็นลำดับที่สามของประเทศในกลุ่มอาเซียน

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน : ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว)
*** ขอขอบคุณภาพประกอบ และข้อมูลบางส่วนจาก : -

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ eleaderfanpage