แสนสิริ ลุยทดสอบบริการ Autonomous Car และ Drone Delivery ในโครงการ T77

0
243
แสนสิริ

สิริ เวนเจอร์ส (Siri Ventures) นำร่องทดสอบ 3 นวัตกรรมเทคโนโลยีล้ำสมัยด้านที่อยู่อาศัย ให้ลูกบ้านแสนสิริ ตอกย้ำภาพผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ทันสมัยที่สุด…

highlight

  • สิริ เวนเจอร์ เตรียมทดสอบ 3 นวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยใน SIRI VENTURES Private PropTech Sandbox พร้อมจับมือ 3 สตาร์ทอัพ และ สวทช. พัฒนานวัตกรรมด้านที่อยู่อาศัย ได้แก่ โยงรถยนต์ไร้คนขับ, โครนส่งสินค้า และระบบเซนเซอร์รักษาความปลอดภัย ให้ลูกบ้าน ประเดิมทดสอบระหว่างพื้นที่ส่วนกลาง และพื้นที่อยู่อาศัยในโครงการแสนสิริ T77

สิริ เวนเจอร์ส ทุ่มงบ 600 ล้าน ยกระดับ แสนสิริ สู่ผู้นำอสังหาฯ สุดทันสมัย

จิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยี บริษัท สิริ เวนเจอร์ส จำกัด (SIRI VENTURES) กล่าวว่า ตลอดปีที่ผ่านมา สิริ เวนเจอร์ส ได้ลงเงินกับสตาร์ท​อัพ เพื่อนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับใช้กับโครงการต่าง ๆ โดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกบ้าน Sansiri เพื่อทำให้สิ่งที่เราลงทุนใช้ได้จริง

และในปีนี้เราได้เดินหน้าสานต่อโครงการต่าง ๆ ที่ได้เริ่มวางแผนเอาไว้ ด้วยการสานความร่วมมือกับทางสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ 3 เทคสตาร์ทอัพ เพื่อทดสอบ 3 นวัตกรรม ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้าไร้คนขับ (Autonomous Car) จาก AIROVR สตาร์ทอัพผู้พัฒนาระบบสำหรับรถยนต์ไร้คนขับ

แสนสิริ

เพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้ลูกบ้านในการเดินทางจากภายในโครงการไปยังรถไฟฟ้า (First Mile Transportation) และการขนส่งจากรถไฟฟ้ากลับมายังโครงการที่อยู่อาศัย (Last Mile Transportation) โดยเราจะทดลองวิ่งในเส้นทางที่กำหนด

โดยสวทช.จะช่วยพัฒนาแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่จำเป็น ได้แก่ ระบบ Drive-by-Wire การบูรณาการเซนเซอร์สำหรับรถยนต์ไร้คนขับ ระบบบ่งชี้ตำแหน่งและการนำทาง ระบบควบคุม และสั่งการ และ แผนที่3Dความละเอียดสูง เพื่อให้สามารถวิ่งได้จริงในโครงการ T77

ซึ่งคาดว่าจะทดลองได้ภายในไตรมาส 4 ของปีนี้ หรือในไตรมาสแรกของปี 63 แต่ในช่วงเบื้องต้นของการทดสอบจะยังมีคนขับนั่งกำกับอยู่ด้วยเพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกบ้าน

นวัตกรรมที่ 2 คือ โดรน เดลิเวอรี่ (Drone Delivery) จาก Fling สตาร์ทอัพผู้พัฒนาไทย โดยนำโดรนมาใช้ทดลองส่งสินค้าจากHabito Mallไปยังโครงการคอนโดมิเนียมของ Sansiri ในพื้นที่โครงการ T77 คาดว่าจะเริ่มทดลองได้ หลังจากผ่านขั้นตอนการขออนุญาตหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

แสนสิริ

และสุดท้าย คือ การดูแลรักษาความปลอดภัย (Security) ภายใต้ความร่วมมือกับ SoundEye สตาร์ทอัพผู้พัฒนาแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมเทคโนโลยีเรียนรู้เสียงต่าง ๆ โดยเรานำมาพัฒนาอาคารอัจฉริยะ (Smart Building) ที่ปลอดภัย

ด้วยการใช้ไมโครโฟนเซนเซอร์เข้าไปตรวจจับเสียงผิดปกติ อาทิ เสียงร้องขอความช่วยเหลือ เสียงน้ำรั่วซึม เสียงปืน โดยจะเริ่มทดลองในพื้นที่โครงการ T77 ในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ 

ขณะที่ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2562 บริษัทฯ ยังมีแผนจะลงทุนในสตาร์ทอัพใน ด้าน ภายใต้งบลงทุน 600 ล้านบาท ได้แก่ เทคโนโลยีด้านการก่อสร้าง (ConsTech) ในสัดส่วน20%ของงบลงทุน มุ่งเน้นเทคโนโลยีที่ช่วยควบคุมคุณภาพการก่อสร้าง (QCเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยื(Sustainablity)

ซึ่งในสัดส่วน 30% มุ่งเน้นด้านการใช้ทรัพยากรอย่างฉลาด และการกำจัดของเสียที่มีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีด้านอสังหาริมทรัพย์  (PropTech) ในสัดส่วน 20% มุ่งเน้นด้านรูปแบบการใช้ชีวิตแบบใหม่ และTokenization และเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัย และสุขภาพ (LivingTech & HealthTech)

ในสัดส่วน 30% มุ่งเน้นด้านความปลอดภัย ความสะดวกสบาย โดยเฉพาะเรื่องการใช้เสียง ปัจจุบันมีสตาร์ทอัพหลายรายที่ผ่านการพิจารณามาถึงขั้นทดสอบความเป็นไปได้ (Proof of Concept)

แสนสิริ
รพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยี บริษัท สิริ เวนเจอร์ส จำกัด

ครึ่งปีแรก เติบโตรอบด้าน

ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีแรกของปี2562 การดำเนินงานของบริษัทถือว่าประสบความสำเร็จและมีความคืบหน้าอย่างมากในหลายด้าน สำหรับในด้านการลงทุน (Investment) สตาร์ทอัพหลายรายที่บริษัทเข้าไปลงทุนในช่วงก่อนหน้านี้ มีผลการดำเนินงานเป็นที่น่าพึงพอใจ

อาทิ Semtive สตาร์ทอัพผู้พัฒนากังหันลมพลังงานไฟฟ้าสำหรับที่อยู่อาศัย ได้เริ่มทยอยส่งมอบกังหันลมสำหรับใช้ในครัวเรือนมาให้กับบริษัทแล้ว Neuron สตาร์ทอัพ e-Scooter สัญชาติสิงคโปร์ เริ่มมีให้บริการแล้ว ในโครงการดีคอนโด พิงค์ และขยายการให้บริการไปในพื้นที่พร้อมพงษ์อ่อนนุช

ตลอดจนในพื้นที่รอบตัวเมืองเชียงใหม่ OnionShack ได้พัฒนา “น้องแสนรู้” หุ่นยนต์พนักงานคนใหม่ของ Sansiri ที่จะช่วยเข้ามาตอบเรื่องนวัตกรรมที่ The Cloud ชั้น3 สยามพารากอน

สำหรับ ด้านระบบนิเวศสตาร์ทอัพและพันธมิตร (Ecosystem& Partners) บริษัทได้สร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) มหาวิทยาลัยชั้นนำซึ่งถือเป็นแหล่งกำเนิดของสตาร์ทอัพสิงคโปร์ ด้วยการพาสตาร์ทอัพที่โดดเด่นของไทยไปร่วมโชว์เคส และขึ้นพูดบนเวทีระดับภูมิภาค

ช่วยส่งเสริมระบบนิเวศสตาร์ทอัพด้าน PropTech และLivingTech ให้เข้าถึงโอกาสในระดับภูมิภาค พร้อมกันนี้สิริ เวนเจอร์สยังเปิดโอกาสให้พนักงานแสนสิริก้าวสู่การเป็นสตาร์ทอัพ และเจ้าของธุรกิจด้วยเงินทุนเริ่มต้นทำธุรกิจ

โดยให้การสนับสนุนทั้งด้านเวลา ทรัพยาการ การให้คำปรึกษา และเงินทุนเบื้องต้นกว่าหลายล้านบาทต่อทีม กับโครงการ THE FOUNDER

ขณะที่ด้านการวิจัยและพัฒนา (Lab & Development) บริษัทยังคงตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Sansiri ในการมอบบริการภายใต้แนวคิด “บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน” และการเติมเต็มไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยที่ครอบคลุมทุกมิติเพื่อตอบโจทย์ลูกบ้าน ผ่านฟังก์ชั่นใน Sansiri Home Service Application(HSA

เช่น Homestore แพลตฟอร์มออนไลน์แมกกาซีนที่ผู้อ่านสามารถซื้อสินค้าที่ชอบได้ การจับมือกับเครือสมิติเวช ขยายขอบเขตการให้บริการให้ครอบคลุมด้านสุขภาพแก่ลูกบ้านผ่าน HSA การเปิดให้บริการด้าน Payment เพื่อให้ลูกบ้านสามารถผ่อนดาวน์ตรงกับธนาคาร

แสนสิริ

รวมไปถึงค่าส่วนกลางโดยเชื่อมต่อตรงกับแอพธนาคารดังไม่วาจะป็น KPlus และ SCB Easy การติดตั้งเซนเซอร์คุณภาพอากาศกว่า 60 พื้นที่ในโครงการทั่วประเทศ เพื่อบอกสภาพค่าฝุ่น ค่าความชื้นและข้อมูลเชิงลึก พร้อมให้คำแนะนำด้านสุขภาพตามสภาพอากาศแก่ลูกบ้าน

ในขณะเดียวกัน กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา Smart Meter เพื่อให้ลูกบ้านสามารถตรวจสอบสถานะการใช้น้ำประปาและไฟฟ้าของตัวเองได้ตลอดเวลา

เทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องไกลตัว

ดร.เจนกฤษณ์ คณาธารณา รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า สำนักงานได้มีการวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่มาอย่างต่อเนื่อง นับจากเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า จนมาถึงรถยนต์ไร้คนขับ

นอกจากนี้ เรายังมีความร่วมมือกับกระทรวงคมนาคม เพื่อผลักดันนโยบาย และกฎระเบียบต่าง ๆ ในการสนับสนุนและเตรียมความพร้อมประเทศไทยต่อการเข้ามาของเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับในอนาคตอันใกล้นี้ อีกทั้งเรายังได้เตรียมโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่

เช่น ศูนย์เฉพาะทางด้านระบบรางและการขนส่งสมัยใหม่ (Focused Center on Rail and Modern Transport)ศูนย์ทดสอบแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า และศูนย์ทดสอบรถยนต์ไร้คนขับที่เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EECi) เป็นต้น

วันนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้มาร่วมมือกับ สิริ เวนเจอร์ส และพันธมิตรสตาร์ทอัพ ทำให้โครงการนำร่องนี้เกิดขึ้นได้จริงเป็นครั้งแรกของไทย เพราะเรื่องรถยนต์ไร้คนขับ และโดรนไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกแล้ว หลาย ๆ ประเทศกำลังศึกษาและพัฒนาทั้ง 2 เรื่องนี้อย่างจริงจัง

เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งในภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรม หากวันนี้เรามีก้าวแรกที่ดี เชื่อว่าเรายังสามารถพัฒนาและประยุกต์รถยนต์ไร้คนขับและโดรนไปพลิกโฉมการใช้ชีวิตของผู้คนได้อย่างมหาศาล

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว)
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.pexels.com

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่

Comments

comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

75 − = sixty seven