Pro-Toys โชว์นวัตกรรม Selfie eXtreme หวังหนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

0
209
Selfie eXtreme

ฉีกกฏของการถ่ายภาพด้วยนวัตกรรมการถ่ายภาพใหม่ล่าสุด Selfie eXtreme จาก Pro-Toys ที่จะช่วยทำให้ประสบการณ์การเที่ยวไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป…

highlight

  • “เซลฟี่ เอ็กซ์ตรีม” เป็นนวัตกรรมทางด้านการถ่ายภาพแบบเซลฟี่ ที่ให้ความแปลกใหม่ในการนำเสนอมุมมองให้แก่ภาพถ่ายที่เมื่อแชร์ลงโซเชียลมีเดียภาพถ่ายที่ออกมาจะสามารถซูมเข้าออกได้ตั้งแต่ภาพเล็กไปจนถึงภาพแบบ Overview ที่จะเห็นภาพบรรยากาศทั้งหมด
  • มีความพิเศษคือมีระบบที่เรียกว่า AI Face Recognitionที่สามารถผสานร่วม หรือจับคู่ (Matching) กับแคมเปญทางการตลาด ในการนำเสนอโปรโมชั่น ส่วนลดต่าง ๆ ไปยังกลุ่มเป้าหมายได้ในทันที

Selfie eXtreme เปลี่ยนภาพเซลฟี่ สู่ภาพถ่ายสุดอลัง

หลายๆ คนอาจจะยังไม่คุ้นเคยชื่อของ บริษัท โปร-ทอยส์ จำกัด. หรือ PRO-toys แต่อาจได้มีโอกาสได้เห็นภาพถ่ายแบบ 360องศา ที่เคลื่อนไหวได้ ในสังคมโซเชียล จากเพจของเพื่อน และงานอีเว้นส์ หรือในภาพยนต์ Bollywood มาไม่มากก็น้อย ซึ่งหากพูดเช่นนี้หลาย ๆ ท่านคงจะนึกภาพออกบ้างแล้ว

ล่าสุดทาง PRO-toys ได้เดินหน้าสร้างนวัตกรรมใหม่ล่าสุดออกมา ในชื่อของ “เซลฟี่ เอ็กซ์ตรีม” นวัตกรรมการถ่ายภาพที่ได้รับรางวัลเหรียญทองชนะเลิศจากเวที นวัตกรรม และสิ่งประดิษฐ์นานาชาติ ITEX ประจำปี 2018 ซึ่งจัดขึ้นที่ ประเทศมาเลเซีย

Selfie eXtreme

โดย “เซลฟี่ เอ็กซ์ตรีม” เป็นนวัตกรรมทางด้านการถ่ายภาพแบบเซลฟี่ ที่ให้ความแปลกใหม่ในการนำเสนอมุมมองให้แก่ภาพถ่ายที่เมื่อแชร์ลงโซเชียลมีเดียภาพถ่ายที่ออกมาจะสามารถซูมเข้าออกได้ตั้งแต่ภาพเล็กไปจนถึงภาพแบบ Overview ที่จะเห็นภาพบรรยากาศทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีความพิเศษคือมีระบบที่เรียกว่า AI Face Recognition

ที่สามารถผสานร่วม หรือจับคู่ (Matching) กับแคมเปญทางการตลาด ในการนำเสนอโปรโมชั่น ส่วนลดต่าง ๆ ไปยังกลุ่มเป้าหมายได้ในทันที ซึ่งหากมองในแง่มุมของการตลาดนี่คือเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารที่ทรงพลัง แบบไม่มีค่าใช้จ่าย ที่สามารถต่อยอดให้เกิดการเศรษฐกิจต่อเนื่องได้นั่นเอง

สร้างความแตกต่างให้การท่องเที่ยวด้วยการผ่านเทคโนโลยีเข้ากับไลฟ์สไตล์

Selfie eXtreme

บงการ พยัฆวิเชียร Co-Founder บริษัท โปร-ทอยส์ จำกัด. กล่าวว่า ปัจจุบันการถ่ายภาพเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเรา เราถ่ายภาพทุกที่ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน และที่นิยมกันมากคือการถ่ายภาพเมื่อได้ไปท่องเที่ยว เพื่อแสดงให้เห็นถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่งดงาม และมีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป

โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในประเทศไทยที่มีรายได้มูลค่าสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก ซึ่งปัจจุบันสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่น สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ธีมปาร์ค หรือแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงามโดดเด่น ในทุกที่ต่างก็พยายามสร้างสรรค์ Content ให้มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน

การสร้าง “เซลฟี่ เอ็กซ์ตรีม” ขึ้นในครั้งนี้ก็เพราะเราอยากใช้ศักยภาพ และแนวคิดนี้สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว เป็นลูกเล่นให้สถานที่ท่องเที่ยวด้วยภาพถ่ายสุดอลังการ เก็บบรรยากาศได้ครบ จบในชัตเตอร์เดียว ถ่ายแล้วรู้ว่าอยู่ที่ไหน

ที่สำคัญพร้อมแชร์ และโชว์ในโลกโซเซียล เกิด PR Marketing ได้ในคลิกเดียว เพราะ 1 คนแชร์ ล้านคนวิว สร้างมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยได้อย่างมหาศาล เพราะสามารถเปลี่ยนเรื่องของไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวเป็นพลังการตลาดที่ทรงประสิทธิภาพได้

Selfie eXtreme

เริ่มต้นในไทย พร้อมเล็งขยายสู่เอเซียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับการทำตลาดของ เซลฟี่ เอ็กซ์ตรีม ในปัจจุบันเราได้วางแผนที่ดำเนินธุรกิจในรูปแบบพาทเนอร์ ทั้งหน่วยงานรัฐ และภาคเอกชน ที่จะมาช่วยกันส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศในมิติใหม่ โดยเราได้เริ่มมีการพูดคุยกับพันธมิตรในแหล่งท่องเที่ยว และธีมปาร์คภายในประเทศไปแล้ว 3 แห่ง 

นอกจากนี้ยังได้เดินหน้าทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัทฯเอกชนในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ที่ให้ความสนใจในนวัตกรรมของเรา อาทิ ประเทศเวียดนาม และพม่า แล้ว ซึ่งหากข้อตกลงทั้งหมดลุล่วง เซลฟี่ เอ็กซ์ตรีม  น่าจะเริ่มรับรู้รายได้ได้ภายในปี 2563 ที่จะถึงนี้ 

Selfie eXtreme

อย่างไรก็ดี แม้ว่าประเทศไทยเองจะถูกจัดอันดับว่าเป็นระเทศที่น่าเดินทางมาทองเที่ยว เป็นอันดันต้นๆ ของโลก แต่ส่วนตัวยังมีความกังวลบ้างเล็กน้อยถึงความชัดเจนในการออกกฏทีมีเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวในประเทศไทยที่หลาย ๆ ครั้ง ไม่มีความคล่องตัว ให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจ

ซึ่งหากยังหน่วยงานที่มีบทบาทเกี่ยวข้องยังไม่สามารถหาทางออกที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ก็อาจจะทำประเทศไทยถูกแซงได้ในไม่ช้า เนื่องประเทศรอบ ๆ ข้าง เริ่มมีการพัฒนามาทัดเทียมกับประเทศไทยมากขึ้น อย่างเช่น ประเทศเวียดนาม เองที่หน่วยงานรัฐมีนโยบายที่สนับสนุนภาคการท่องเที่ยว

และลงทุนด้วยเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความโดดเด่นให้กับแหล่งท่องเที่ยวของเค้าให้ทัดเทียมกับประเทศไทย หรือดีกวา ซึ่งหากเราไม่ปรับปรุงเชื่อว่าภายใน 3 ปี เวียดนามจะสามารถก้าวตามทันไทยได้ไม่ยาก

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว)
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.pexels.com

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่

Comments

comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

÷ 1 = seven