JobBKK สานต่อความร่วมมือสถาบันการศึกษา จับมือ มธ. จัดงาน “TU JOB FAIR 2018”

0
2430
JobBKK

JobBKK เดินหน้าสานต่อความร่วมมือสถาบันการศึกษา ล่าสุดเดินหน้าจับมือ ม.ธรรมศาสตร์ จัดงาน “TU JOB FAIR 2018” หวังให้งานเจอคน และคนเจองาน พร้อมเผยทักษะแรงงานที่เป็นที่ต้องการคือ “สกิลด้านเทคโนโลยีที่มากกว่าแค่โปรแกรมพื้นฐาน” แนะนักศึกษาต้องเร่งพัฒนาตนเอง

 JobBKK & TU JOB FAIR 2018

ศาสตราจารย์ แพทย์หญิง อรพรรณ โพชนุกูล รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีแนวทางการบริหารงานชัดเจน คือ ไม่ใช่เพียงแค่การผลิตบัณฑิต สร้างงานวิจัย และงานวิชาการเท่านั้น หากแต่ต้องทำหน้าที่ “สร้างคน” ปลูกฝัง ความรู้และทักษะด้านความเป็นผู้ประกอบการ เพื่อให้สอดรับกับทิศทางของโลก

และแนวโน้มที่เป็นลักษณะเด่นของคนใน Generation Z ซึ่งจะตอบโจทย์เป้าหมายและนโยบายการมุ่งสู่ประเทศไทย 4.0 ด้วยเช่นกัน  โดยปัจจุบันมีผลงานวิจัยพื้นฐานและประยุกต์ที่ร่วมมือกับภาคเอกชน ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมชุมชน และประเทศชาติอย่างแท้จริง

JobBKK

รวมทั้งมีเป้าหมายสำคัญ คือ การจัดตั้งศูนย์วิศวกรรมทางการแพทย์ที่ดีที่สุดในประเทศ ซึ่งสามารถการันตีได้ด้วยจำนวนสิทธิบัตรและจำนวนรางวัลระดับนานาชาติมากที่สุดในประเทศช่วงระยะ 3 ปีของการบริหารมหาวิทยาลัย ซึ่งสามารถสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกับองค์กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรม

โดยปัจจุบันมีผลงานของนักศึกษาที่ชนะการแข่งขัน Startup Thailand League จำนวน 33 ชิ้นงาน อาทิ ผลงาน Walk we walk together (ไอวอล์ค) ผลิตหุ่นยนต์ช่วยฝึกเดินที่ช่วยให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดเดินได้เสมือนจริง มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีไปสู่บริษัทเอกชนเพื่อผลิตและจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ 

JobBKK

ขณะที่ รองศาสตราจารย์ ดร.พิภพ อุดร คณบดีคณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวเสริมว่า การส่งเสริมกลยุทธ์ด้านวิจัย และนวัตกรรม ทำให้เกิดความร่วมมือกับภาคเอกชนอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ดัชนีความเป็นนานาชาติของมหาวิทยาลัยเพิ่มสูงขึ้นในทุกมิติ

โดยทุกคณะมีโครงการที่ตรงกับความเชี่ยวชาญ นำไปสู่การสร้างชื่อ ธรรมศาสตร์ ให้กลายเป็น International Brand ที่รับรู้โดยประชาคมนานาชาติว่าเป็นสถาบันการศึกษาที่มีความเป็นเลิศในฐานะมหาวิทายาลัยของประชาชน และพร้อมเดินหน้าไปสู่ SMART University พัฒนา 4 ศูนย์ของธรรมศาสตร์ให้มีความโดดเด่น ประกอบด้วย 

ท่าพระจันทร์ – ผู้นำสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ รังสิต – ผู้นำนวัตกรรมวิทยาศาสตร์สุขภาพ เทคโนโลยี และการเรียนรู้ 
พัทยา – ศูนย์วิชาการเพื่อรองรับการเติบโตของ EEC ลำปาง – ศูนย์วิชาการเพื่อท้องถิ่นและเชื่องโยงอาเซียน พลิกฟื้นความเป็นผู้นำด้านสังคมศาสตร์ผ่าน “ศูนย์วิจัยสันติประชาธรรม” ศูนย์คนรุ่นใหม่ (Gen Next Studies)

ศูนย์ Startups Accelerator เพื่อความเป็นเลิศทางด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ในจุดเด่นด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ผ่านศูนย์บูรณาการความเป็นเลิศด้านสุขศาสตร์ และผลักดันการสร้างความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผ่านศูนย์นวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมหลักของประเทศตามแนวทาง Digital Thailand 4.0

JobBKK

ด้าน ทัศไนย เหมือนเสน ผู้ช่วยรองประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท จัดหางาน จ๊อบบีเคเค ดอท คอม จำกัด
ผู้ให้บริการ WWW.JOBBKK.COM กล่าวว่า บริษัทฯ มีความยินดีที่ได้รับความไว้วางใจจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในการร่วมจัดงาน TU JOB FAIR 2018 ในครั้งนี้

จะจัดขึ้น ในวันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 10.00 น.- 17.30 น. ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (รังสิต) ยิมเนเซียม 4 เพื่อเปิดโอกาสหางานให้บัณฑิตธรรมศาสตร์รุ่นใหม่ก้าวเข้าสู่การทำงานยุค Digital 4.0 ซึ่งทางบริษัทฯ มองว่า การจัดงานไม่ใช่เพียงแค่การเป็นคนกลางระหว่างผู้ประกอบการ และนักศึกษาที่จะมาพบกัน

แต่ภายในงานจะเป็นการให้ความรู้ทักษะอาชีพใหม่ ๆ การพัฒนาเครือข่ายการทำงานร่วมกันระหว่างบุคลากรภาคการศึกษา สร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกัน เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ให้กับประเทศและสังคม ตามยุทธศาสตร์ของประเทศ ซึ่งจากแนวโน้มที่พบจากการจัดงานในปี 2560 ที่ผ่านมา

ซึ่งทางบริษัทฯ ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษา เพื่อแบ่งปันประสบการณ์และความรู้ ทั่วประเทศกว่า 90,000 คน กว่า 100 มหาวิทยาลัย ทั้งในระดับอาชีวะและมหาวิทยาลัย นอกจากนั้น บริษัท จัดหางาน จ๊อบบีเคเคดอท คอม จำกัด ได้ลงนามบันบันทึกความร่วมมือ (MOU) กับกรมการจัดหางาน และได้จัดงาน JOB FAIR ในภูมิภาค ต่างๆ ทั่วประเทศ

โดยทุกๆ เดือน มีผู้ร่วมงานให้ความสนใจอย่างมากมาย ในแต่ละภูมิภาค เพื่อเป็นการสนับสนุนให้คนไทย มีงานทำที่ดีในปีที่แล้วมีผู้ร่วมงาน JOB FAIR ในทุกภูมิภาครวมทั้งสิ้นกว่า 300,000 คน และเพื่อสนับสนุนนโยบายประชารัฐสนับสนุน การพัฒนาประเทศในยุค Thailand 4.0

และในปีนี้ทางเว็บไซต์ WWW.JOBBKK.COM ได้มีการปรับกลยุทธเพื่อรองรับการหางานที่เพิ่มขึ้นในหลาย ๆ ส่วน โดยส่วนสำคัญระบบจะทำการรองรับการทำงานในส่วน AI (Artificial Intelligence) และ Machine Learning ซึ่งการทำงานเพื่อ Matching ระหว่างตำแหน่งงานและผู้สมัครงาน ให้ตรงกับความต้องการของผู้สมัครงานมากที่สุด

และทางทีมงานกำลังนำเอา AI มาช่วยต่อยอดในการจัดงาน JOB FAIR ให้มีประสิทธิภาพ สะดวกและรวดเร็วมากกว่าในปัจจุบัน ซึ่งสามารถสมัครได้ผ่าน Mobile Application, QR CODE และระบบลงทะเบียนล่วงหน้า เพื่อให้สะดวกในการสมัครงานล่วงหน้าก่อนงาน JOBFAIR

แต่ระบบใหม่ที่ทางทีมงานพัฒนาจะทำให้สามารถจดจำใบหน้าของผู้สมัครงาน (Face Recognize) เพื่อที่จะสามารถเข้าถึง Resume บนระบบเพื่อใช้ในการสมัครงานได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย สำหรับกลยุทธปีนี้ WWW.JOBBKK.COM จะมีบริการใหม่ ๆ ออกมาเพื่อรองรับการทำงานในยุค Digital 4.0 หลายระบบด้วยกัน

ซึ่งการทำงานในยุค Digital 4.0 ส่วนหนึ่งจะเป็นการทำงานในรูปแบบ Dynamic Digital Work Place โดยในส่วนแรกทาง WWW.JOBBKK.COM จะเพิ่มงานในส่วน Gig Economy โดยระบบจะสามารถรองรับงาน Freelances และมี Smart dashboard ให้บริการตาม Co-working Space, ร้านกาแฟ

และสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ทั่วประเทศเพื่อให้คนรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงงาน Freelances ได้สะดวกยิ่งขึ้น และจะมีระบบ Digital Work Place ให้เข้ามาทำงานร่วมกันและอัพเดทการทำงานในยุคใหม่ ที่รองรับการทำงานที่สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ ทุกที่ ทุกเวลาอีกด้วย

JobBKK

ถึงเวลาเร่งพัฒนา “ทักษะ” ด้าน IT ให้มากกว่า 1

อย่างไรก็ดีจากการดำเนินการจัดงานในตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา เราพบว่าซึ่งหนึ่งที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรุนแรงในตลาดแรงงานของไทย คือการความต้องการในด้านของทักษะของตัวนิสิตที่เกี่ยวข้องกับทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่มากกว่าเพียงแค่ในเรื่องโปรแกรมพื้นฐาน อย่างเช่น โปรแกรมการพิมพ์เอกสารต่างๆ 

แต่สิ่งที่ตลาดกำลังต้องการเป็นอย่างมากคือ ทักษะ หรือสกิลทางด้านโปรแกรมชั้นสูง มากขึ้น เช่น ความสามารถในการออกแบบ ความสามารถในการตัดต่อภาพ และเสียง หรือความสามารถในด้านโปรแกรมมิ่ง เขียนโค้ด ซึ่งเป็นทักษะที่ยังขาดแคลนอยู่มากในตลาดไทย ซึ่งหากนิสิตนักศึกษาคนรุ่นใหม่สามารถยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีได้

จะมีโอกาสที่จะได้รับเลือกให้เข้าทำงานมากกว่าคนที่เพียงทักษะด้านไอทีพื้นฐาน และยังอาจหมายถึงความสามารถที่จะก้าวออกมาเป็น เจ้าของกิจการของตนเองได้ เพียงแต่ต้องเข้าใจในบริบทของความต้องการของตลาด และนำเอาทักษะทางด้านเทคโนโลยีเข้าไปพัฒนา ออกมาในรูปแบบของนวัฒกรรมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้

แนวโน้มดังกล่าวนี้ อาจไม่เร่ืองแปลกใหม่ แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของตลาด ที่เกิดจากผลกระทบที่รุนแรงจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้ หลายๆสถาบันการศึกษา ไม่สามารถพัฒนายกระดับหลักสูตรการสอนให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงได้ทัน แต่อย่างไรก็ดีก็มีความพยายามจากหลายสถาบันการศึกษา ที่พยาามให้นิสิตของตนเอง

ไม่ยึดติดกับความรู้ผ่านหนังสือ แต่ผสมผสานการลงพื้นที่จริง ทำงานจริง ในลักษณะโปรเจ็กต์ ทำให้เริ่มเห็นแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ยังเป็นลักษณะของดารเติบโตแบบช้าๆ ซึ่งหากเราต้องการขับเคลื่อนประเทศด้วยเทคโนโลยี หลายสถาบันอาจจะต้องเร่งพัฒนารูปแบบการสอนในแบบ “เน้นลงมือทำ” กันให้มากขึ้นก่อนที่จะไม่สามารถแข่งขันได้กับประเทศเพื่อนบ้าน

JobBKK

มธ. เตรียมยกโมเดล Silicon Valley มาสร้างที่ พัทยา

รองศาสตราจารย์ ดร.พิภพ อุดร คณบดีคณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการรองรับการเปลี่ยนที่เกิดขึนทาง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้มีแผนที่จะสร้าง เมืองแห่งนวัฒตกรรม ขึ้น ณ  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา โดยใช้ตัวอยางจาก Silicon Valley มาทำให้เกิดขึ้น แต่จะเป็นในมุมด้านสุขภาพ 

ในชื่อ Thammasat Valley of Wellness เนื่องจาก พิจารณาแล้วว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งในด้านนี้ และสามารถนำมาพัฒนาต่อยอดได้ ซึ่งคาดว่าหากจะทำได้ อาจจะต้องใช้งบประมาณมากกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ได้มีการเขียนโครงนำเสนอไปยังทางสำนักงบประมาณแผ่นดิน เพื่อขอการสนับสนุนในด้านเงินทุน

แต่หากไม่ได้ก็อาจจะต้องพิจารณาถึงความเป็นไปจากการร่วมทุนจากเอกชน ซึ่งหากเราสามารถสร้างให้เกิดขึ้นได้ ก็จะกลายเป็นสถานที่ในการพัฒนานวัฒกรรมทางด้านการแพทย์ของประเทศไทย เนื่องจากเราไม่ปิดกั้นผู้ที่เข้าเข้ามานำเสนอโครงการ ไม่ว่าจะเป็น บุคคลทั่วไป สตาร์อัพ ผู้ประกอบการ หรือแม้แต่นักศึกษา เองก็ตาม

ส่วนขยาย

* บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่อวิเคราะห์ในแง่มุมที่น่าสนใจ ไม่มีวัตถุมุ่งเพื่อโจมตี หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง 
** Compose : ชลัมพ์ ศุภวาที (Editors and Reporters)
*** ขอบคุณภาพประกอบจาก www.pexels.com

สามารถกดติดตาม ข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยี ของเราได้ที่

Comments

comments