ธุรกิจในวันที่ Cloud หลากหลาย ทำอย่างไรให้อยู่รอด และการเติบโต

0
283

ในโลกธุรกิจปัจจุบันการใช้เทคโนโลยี Cloud กลายเป็นเรื่องปกติ แต่ด้วยพฤติกรรมการใช้ที่หลากหลายทำให้การบริหารจัดการกลายเป็นเรื่องที่ยาก…

highlight

  • ซึ่งทำให้เกิดกระบวนการการทำงานร่วมกันของข้อมูล และแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ระหว่างระบบคลาวด์ที่หลากหลายนี้ แต่การทำให้แอปพลิเคชั่นใด ๆ ขององค์กรไปใช้งานบนคลาวด์ที่แตกต่างกันได้อย่างอิสระ ทำได้ยากในทางปฏิบัติ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของการใช้งานอยู่ตลอดเวลา และมักจะถูกพ่วงด้วยข้อจำกัดในการใช้ชุดเครื่องมือของผู้ให้บริการ คลาวด์ รายนั้น ๆ โดยเฉพาะทำให้องค์กรจำเป็นต้องใช้ใช้เครื่องมือ เยอะขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้ง ไม่มีผู้ให้บริการคลาวด์รายไหน ที่ทำให้เครื่องมือ Monitoring เดต้าเซ็นเตอร์ แบบเก่าให้แก่องค์กร ได้แบบ 100% นอกจากนี้ ปัญหาของการขาดทักษะ (Skills) ของบุคลากรก็เป็นอีกประเด็นที่ยาก และต้องใช้เวลาสอนพนักงานให้ใช้งานได้ด้วย ซึ่งด้วย โซลูชั่ Xi Frame desktop-as-a-service จากนูทานิคซ์ จะทำให้ปัญหาต่าง ๆ หมดลง

บริหาร Cloud อย่างไรให้ธุรกิจอยู่รอด และการเติบโต

จากรายงาน IDC InfoBrief ภายใต้หัวข้อ ความอยู่รอด และการเติบโตในโลกของมัลติคลาวด์ (Surviving and Thriving in a Multi-cloud World) ที่จัดสำรวจโดย นูทานิคซ์ เผยว่าปัจจุบันองค์กรขนาดใหญ่มีการใช้ระบบมัลติคลาวด์เป็นเรื่องปกติ 

และมีน้อยกว่า 30% ที่ใช้งานคลาวด์เพียงระบบเดียว องค์กรส่วนใหญ่ใช้งานคลาวด์แพลทฟอร์มที่ไม่เหมือนกันผ่านผู้ให้บริการหลายราย ซึ่งทำให้เกิดกระบวนการการทำงานร่วมกันของข้อมูล และแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ระหว่างระบบคลาวด์ที่หลากหลายนี้ 

แต่การทำให้แอปพลิเคชั่นใด ๆ ขององค์กรไปใช้งานบนคลาวด์ที่แตกต่างกันได้อย่างอิสระเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดคลาวด์ได้อย่างเต็มรูปแบบ ยังเป็นเรื่องที่องค์กรส่วนใหญ่ยังหลีกเลี่ยง และทำได้ยากในทางปฏิบัติ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของการใช้งานอยู่ตลอดเวลา

ทำให้ผู้ดูแลจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องคอยติดตามว่ามีอะไรใช้งานอยู่ ที่ไหน อย่างไร อีกทั้งด้วยการใช้ คลาวด์ ที่ถูกนำเสนอจากผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง มักจะถูกพ่วงด้วยข้อจำกัดในการใช้ชุดเครื่องมือของผู้ให้บริการ คลาวด์ รายนั้น ๆ โดยเฉพาะทำให้องค์กรที่ใช้ะบบคลาวด์ที่หลากหลาย

จำเป็นต้องใช้ใช้เครื่องมือเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งยังไม่นับรวมเครื่องมือสำหรับ ไพรเวทคลาวด์ (Private Cloud) และโครงสร้างแบบเก่าในองค์กร (Old Structure in the Organization) อีกด้วย โดยเรื่องโครงสร้างแบบเก่านี้ทำให้มีปัญหาตามมา

เนื่องจากไม่มีผู้ให้บริการคลาวด์รายไหน ทำให้เครื่องมือ Monitoring เดต้าเซ็นเตอร์ แบบเก่าขององค์กร สามารถแสดงข้อมูลได้ตอบโจทย์การใช้งานขององค์กรได้แบบเต็ม 100% ซึ่งจากจุดนี้ส่งผลทำให้องค์กรต่าง ๆ ต้องปวดหัว เนื่องจากตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลือกเครื่องมือของผู้ให้บริการคลาวด์เจ้าไหน เพราะต่ล่ะให้ผู้ให้บริการคลาวด์เอง

ก็มีมีฟีเจอร์เยอะทำให้เปรียบเทียบกันได้ยาก อีกทั้งเครื่องมือเหล่านี้ราคาสูง ทำให้ยากต่อการตัดสินใจลงทุน นอกจากนี้ ปัญหาของการขาดทักษะ (Skills) ของบุคลากรก็เป็นอีกประเด็นที่ยาก และต้องใช้เวลาในการอบรม เพราะเมื่อองค์กรมีการใช้เครื่องมือใหม่ก็ต้องมีการสอนพนักงานให้ใช้งานได้ด้วย

และยิ่งเป็นไปได้ยากมากขึ้น หากองค์กรต้องการบุคลากรมีทักษะการทำงานแบบมัลติคลาวด์ ทางออกที่ดีหากองค์กรต้องใช้ คลาวด์ แบบหลากหลายนี้ คือการพยายามหาเครื่องมือที่สามารถทำงานได้แบบ “เรียลไทม์” (Real-time) ที่ครอบคลุมใช้งานขององค์กร และควรเป็นเครื่องมือที่ทำงานได้อัตโนมัติ 

บริหารจัดการคลาวด์ แบบไร้รอยต่อ

Cloud
ทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี ผู้จัดการประจำประเทศไทย นูทานิคซ์

ทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี ผู้จัดการ นูทานิคซ์ (ประเทศไทย) ได้ให้ความเห็นว่า จากปัญหาของการใช้บริการ คลาวด์ ที่หลากหลายของงอค์กร นูทานิคซ์ จึ่งขยายศักยภาพโซลูชั่นสำหรับมัลติคลาวด์ เพื่อเสริมขีดความสามารถในการใช้งาน ปกป้องแอปพลิเคชั่น และการใช้งานเดสก์ท็อปให้แก่ลูกค้า ไม่ว่าลูกค้าจะเลือกใช้ระบบคลาวด์แบบใดก็ตาม

ด้วยการขยายความสามารถของโซลูชั่ Xi Frame desktop-as-a-service ที่จากเดิมใช้กับพับลิคคลาวด์ ให้ใช้กับไพรเวทคลาวด์ได้ด้วย เพื่อรองรับการใช้แอปพลิเคชั่น และเดสก์ท็อปบนระบบไฮบริดคลาวด์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้เปิดตัวฟังก์ชั่นใหม่ของ Xi Leap ซึ่งเป็นบริการด้านการกู้คืนระบบ (Disaster Recovery หรือ DR) ที่ทำงานบนระบบคลาวด์ของนูทานิคซ์ รวมถึงขยายพื้นที่การให้บริการของ Xi Leap ไปยังภูมิภาคอื่นๆ ให้ครอบคลุมความต้องการมากยิ่งขึ้น โดยแบ่งเป็น 3 บริการ ได้แก่

Nutanix Xi Frame สำหรับไพรเวทคลาวด์

Cloud

Nutanix Xi Frame จะช่วยให้ลูกค้าใช้งานแอปพลิเคชั่นและเวอร์ชวลเดสก์ท็อปจากระบบพับลิคคลาวด์ชั้นนำ เช่น AWS และ Azure ผ่านเบราว์เซอร์และอุปกรณ์ใดก็ได้ได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ด้วยการอัปเดตล่าสุดของ Xi Frame ที่รองรับการทำงานบนไฮเปอร์ไวเซอร์ Nutanix AHV 

ลูกค้าจะสามารถขยายการให้บริการเดสก์ท็อปไปมายังไพรเวทคลาวด์ของนูทานิคซ์ สามารถผนวกรวมบริการโครงสร้างพื้นฐานเวอร์ชวลเดสก์ท็อป (Virtual Desktop Infrastructure – VDI) เข้ากับแพลทฟอร์ม Nutanix Enterprise Cloud เดสก์ท็อป Xi Frame สามารถให้บริการผ่านคลาวด์หลายระบบพร้อมกัน

และบริหารจัดการผ่านคอนโซลเดียวกัน เพื่อให้สามารถควบคุมและจัดการดูแลได้อย่างไร้รอยต่อ และมอบประสบการณ์การใช้งานแบบไฮบริดอย่างแท้จริงให้ผู้ใช้ ซึ่งนอกจากจะใช้งานบน AWS และ Azure ได้แล้ว ลูกค้าทั่วโลกที่ใช้ไพรเวทคลาวด์ของนูทานิคซ์ผ่าน AHV ยังสามารถใช้งาน Xi Frame ได้เช่นกัน

โดยลูกค้าสามารถตั้งค่าเวอร์ชวลเดสก์ท็อปหลายพันเครื่องภายในเวลาไม่กี่นาที แทนที่จะต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ ช่วยลดต้นทุน เพิ่มความเร็วในการทำงาน และปรับขนาดการให้บริการเดสก์ท็อปได้อย่างรวดเร็ว ทีมงานด้านไอทีจึงสามารถเลือกใช้พับลิคคลาวด์หรือไพรเวทคลาวด์ตามลักษณะงานด้าน VDI ต่างๆ ของตนได้อย่างเหมาะสม

Nutanix Xi Leap บริการ DR บนคลาวด์ ไปยังภูมิภาคอื่น ๆ

Cloud

จากการที่องค์กรต่าง ๆ ปรับใช้บริการคลาวด์อย่างต่อเนื่อง และโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรก็เป็นแบบเวอร์ชวลเพิ่มขึ้น ข้อมูล และการดำเนินงานด้านไอทีก็ถูกโยกย้ายไปสู่ระบบคลาวด์อย่างรวดเร็ว ทำให้การกู้คืนระบบบนคลาวด์กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญขององค์กร

ซึ่งหากดำเนินการอย่างถูกต้องเหมาะสมก็จะช่วยให้องค์กรทุกขนาดสามารถปกป้องแอปพลิเคชั่นทางธุรกิจที่สำคัญต่าง ๆ ของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ Nutanix Xi Leap ช่วยให้ดาต้าเซ็นเตอร์ขององค์กรอยู่บนระบบคลาวด์ ทำให้ทีมงานด้านไอทีสามารถประสานการทำงานของพับลิคคลาวด์

และไพรเวทคลาวด์ให้ทำงานสอดคล้องกันได้ และช่วยให้ข้อมูลและแอปพลิเคชั่นสำคัญต่างๆ มีความพร้อมใช้งานมากขึ้น ลูกค้าจะได้รับบริการ DR คลาวด์แบบเบ็ดเสร็จ และใช้ระบบบริหารจัดการเพียงหนึ่งเดียว เพื่อปกป้องเวิร์กโหลดสำคัญๆ ที่รันอยู่ในดาต้าเซ็นเตอร์และบนระบบคลาวด์ ซึ่งช่วยให้เกิดความต่อเนื่องในการดำเนินงานมากขึ้น

โดยความสามารถใหม่ ๆ ที่นูทานิคซ์เพิ่มให้กับบริการ Xi Leap DR ประกอบด้วย

  • ขยายภูมิภาคที่ให้บริการ Nutanix Xi Leap ขยายพื้นที่ให้บริการเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ปัจจุบันเปิดให้บริการในเขตภาคตะวันตกและภาคตะวันออกของสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร โดยมีแผนที่จะเปิดให้บริการ Xi Leap เพิ่มเติมที่อิตาลีในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า ภายใต้ความร่วมมือระหว่างนูทานิคซ์และ Sparkle ซึ่งเป็นส่วนธุรกิจบริการระหว่างประเทศของกลุ่มบริษัท Telecom Italia Group และนูทานิคซ์จะเปิดให้บริการในญี่ปุ่นและเยอรมนีด้วยเช่นกัน
  • ให้การสนับสนุน ESXi Xi Leap ให้บริการ DR สำหรับเวิร์กโหลดขององค์กรที่รันบนระบบไพรเวทคลาวด์ของนูทานิคซ์โดยใช้ VMware ESXi จึงช่วยให้การปรับเปลี่ยนแอปพลิเคชั่นที่มีอยู่ให้เป็นบริการแบบไฮบริดได้ง่ายขึ้น

แพทริค ซัดเดิร์ธ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการด้านเทคนิคของ Lexipol กล่าวเสริมว่า เราไม่สามารถกู้คืนเวอร์ชวลแมชชีนได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างที่เราต้องการด้วยระบบการกู้คืนระบบที่เราใช้งานก่อนหน้านี้ และการบริหารจัดการ DR ที่ต้องใช้อีกระบบแยกออกไปทำให้โครงสร้างพื้นฐานของเราซับซ้อนมากขึ้น

แต่ Nutanix Xi Leap ช่วยให้เรากำหนดนโยบายต่างๆ ที่ทำให้เวิร์กโฟลว์ของระบบ DR ของเราเป็นแบบอัตโนมัติได้โดยตรงผ่าน Prism Console และสามารถกู้คืนระบบได้ภายในเวลาไม่กี่นาที ไม่มีผู้ให้บริการ DRaaS รายอื่นที่สามารถนำเสนอประสบการณ์การดำเนินงานที่เรียบง่ายได้ใกล้เคียงกับที่เราได้จาก Xi Leap

ปกป้องแอปพลิเคชั่นบนคลาวด์ขององค์กร

Cloud

พื้นฐานสำคัญในการนำแอปพลิเคชั่นขึ้นไปใช้งานในสภาพแวดล้อมมัลติคลาวด์ก็คือ การปกป้องแอปพลิเคชั่นให้ปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าลูกค้าจะเลือกใช้โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์แบบใดก็ตาม การมีเครื่องมือที่ช่วยตรวจสอบการตั่งค่า และการทำงานของแอปพลิเคชั่นเหล่านั้นว่าอยู่ในกรอบของมาตรฐานความปลอดภัยแบบอัตโนมัติ

เป็นสิ่งจำเป็น Xi Beam ซึ่งเป็นบริการด้าน Software as a Service (SaaS) ของนูทานิคซ์ที่รองรับการติดตาม กำกับดูแลการใช้งานคลาวด์ ประกอบด้วยโมดูลการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยแบบเรียลไทม์ ซึ่งออกแบบมาเพื่อบ่งชี้ช่องโหว่ที่ร้ายแรงบนโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ 

และแนะนำวิธีการแก้ไขที่ตรงจุด ฟังก์ชั่นใหม่ ๆ ด้านการรักษาความปลอดภัย และการกำกับดูแลตามกฎระเบียบนี้ ช่วยให้สถาปนิกด้านไอทีสามารถจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัยได้ก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจ

ด้าน ซูนิล พอตติ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์และการพัฒนาของนูทานิคซ์ กล่าวว่า แน่นอนว่าโลกของมัลติคลาวด์คือความเป็นจริงที่กำลังจะเกิดขึ้นในแวดวงไอที ดังนั้นลูกค้าจึงต้องการโซลูชั่นที่สามารถผสานรวมระบบพับลิคคลาวด์ ระบบไพรเวทคลาวด์ และระบบเอจคลาวด์ต่างๆ (edge clouds)  

ซึ่งในไม่ช้าทั้งหมดนี้จะประกอบร่างขึ้นเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของลูกค้า โดยโซลูชั่นที่ว่านี้จะต้องไม่ทำให้ลูกค้าต้องประสบปัญหาความยุ่งยากซับซ้อนและต้องไม่เกิดค่าใช้จ่ายแฝงที่ไม่จำเป็น

ซึ่งเราเพิ่มเติมความสามารถใหม่ ๆ ให้กับโซลูชั่นของบริษัท ฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ลูกค้ามีอิสระในการให้บริการแอปพลิเคชั่นและข้อมูลจากระบบคลาวด์ที่เหมาะสมกับธุรกิจของลูกค้ามากที่สุด

ส่วนขยาย

* บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่อการวิเคราะห์ในแง่มุมที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการและผู้สื่อข่าว)
*** ขอขอบคุณภาพบางส่วนจาก www.pexels.com

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่

Comments

comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

+ sixty one = sixty four