Sansiri เผยโฉมโครงการคอนโดฯ ต้นแบบอัจฉริยะ ที่ใช้ IoT ยกระดับพักอาศัย

0
950
Sansiri

แสนสิริ (Sansiri) เผยโฉม “เดอะ ไลน์ อโศก-รัชดา” คอนโดมิเนียมอัจฉริยะที่ผสานเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) ในทุกโครงการใหม่ในปี 2562

แสนสิริ ตอกย้ำความเป็นผู้นำในด้านผู้พัฒนานวัตกรรมเพื่อการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล เผยแผนพัฒนาสมาร์ท คอนโด ประกาศเดินหน้าใช้เทคโนโลยี Internet of Things (IoT) พร้อมเตนียมเดินหน้าพัฒนา ตั้งแต่การควบคุมระบบพื้นฐานไปจนถึงอาคารอัจฉริยะเต็มรูปแบบ 

ผ่าน 3 แนวคิด ความสะดวกสบาย (iConvenience) ประหยัดพลังงาน (iGreen) และความปลอดภัย (iSafe)  เริ่มประเดิมโครงการ “เดอะ ไลน์ อโศก-รัชดา” ก่อนขยายในทุกโครงการคอนโดมิเนียมที่จะแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2562

Sansiri พร้อมเปลี่ยนสู่คอนโดอัจฉริยะ ด้วย IoT และ Big Data

Sansiri

ดร.ทวิชา ตระกูลยิ่งยง ประธานผู้บริหารสายงานเทคโนโลยีและวิเคราะห์ข้อมูล บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวคิดการบริหารจัดการอาคารอัจฉริยะ คือการใช้เทคโนโลยี IoT หรือ Internet of Things เข้าไปเชื่อมต่ออุปกรณ์กับซอฟต์แวร์และบริการที่มีภายในอาคาร

ตั้งแต่ พื้นที่ส่วนกลางไปจนถึงภายในห้องพักอาศัย ยกระดับความสะดวกสบายและปลอดภัยให้แก่ลูกบ้าน และยังสามารถบริหารจัดการอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมช่วยควบคุมการทำงานเครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนกลาง เช่น อุปกรณ์ดับเพลิง  เครื่องปั่นไฟ ตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าหลัก ลิฟต์ ปั๊มน้ำ ระบบท่อระบายน้ำและสระว่ายน้ำ

ไปจนถึงการปรับสภาพอากาศภายในอาคาร (Heating, Ventilation and Air Conditioning : HVAC) ทำให้สามารถควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในสภาวะที่เหมาะสม เพื่อลดการใช้พลังงานเกินความจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามารถช่วยคาดการณ์ความเสียหายของอุปกรณ์ต่าง ๆ (Preventive Maintenance)

ซึ่งให้สามารถวางแผนการซ่อมแซมได้อย่างทันท่วงที และช่วยประหยัดต้นทุนในการบริหารจัดการได้ในระยะยาว เราจึงได้วางแผนการพัฒนาสมาร์ท คอนโดออกเป็น 3 ระดับ ตามเซ็กเมนต์ที่แตกต่างกันของโครงการที่จะแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2562 ได้แก่

  • ระดับพื้นฐาน คือการใช้เทคโนโลยี IoT เข้ามาควบคุมระบบส่วนกลางของโครงการ 
  • ระดับปานกลาง คือการใช้เทคโนโลยี IoT เข้ามาควบคุมระบบพร้อมด้วยระบบ Building Automation System (BAS) ในการสั่งการระบบพื้นที่ส่วนกลาง 
  • ระดับสูงสุด คือสมาร์ท คอนโด ที่นำเทคโนโลยี IoT เข้ามาร่วมบริหารจัดการอาคารในการคาดการณ์ความเสียหายของอุปกรณ์ต่าง ๆ (Preventive Maintenance) เพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

และเราได้เริ่มใช้ในโครงการ “เดอะ ไลน์ อโศก-รัชดา” ซึ่งเป็นโครงการภายใต้การร่วมทุนระหว่างแสนสิริและบีทีเอส กรุ๊ปฯ โครงการที่ 4 ที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้ววันนี้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Balance is Everything ที่ต้องการตอบสนองการใช้ชีวิตที่สมดุลให้กับคนเมือง ซึ่งประสบความสำเร็จจากการปิดการขายได้ทันทีในวันพรีเซลล์

และศักยภาพด้านทำเลใจกลางย่านธุรกิจแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ อย่างย่านพระรามเก้า โดยโครงการได้รับผลตอบรับอย่างดีจากลูกค้า มียอดโอนแล้วเกือบ 40% เพียง 2 อาทิตย์หลังจากเริ่มโอน มั่นใจถึงเป้าที่ตั้งไว้ 80% ภายในปีนี้อย่างแน่นอน โดยเราได้นพเอาเทคโนโลยี มาสร้างความโดดเด่นในโครงการ

ด้วยการเพิ่มความสามารถในการสุคบวบคุมบริการจัดการระบบพลังงาน และทรัพยากรต่าง ๆ ภายในอาคารแบบอัตโนมัติ พร้อมก้าวล้ำด้วยความสามารถในการคาดการณ์การซ่อมบำรุง ทั้งระบบไฟฟ้า ระบบน้ำประปา ระบบระบายน้ำ ระบบการรักษาความปลอดภัย และระบบ Home Automation ภายในห้องพักอาศัยใน 3 ด้าน ได้แก่ 

ความสะดวกสบาย (iConvenience) 

Sansiri

เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในผุ้พักอาศัยเราได้นำระบบลงทะเบียนอัจฉริยะสำหรับบุคคลภายนอกที่เข้ามาในโครงการได้เพียงใช้คิวอาร์โค้ด โดยลูกบ้านสามารถกำหนดวันและเวลา รวมทั้งบริเวณที่ผู้มาติดต่อสามารถเข้าถึงได้ ด้วย Smart Guest Registration หรือ ระบบลงทะเบียนสำหรับแขก

หรือบุคคลภายนอกที่เข้ามาภายในโครงการ ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีที่แสนสิริสร้างสรรค์ขึ้นเข้ามาใช้ในโครงการนี้เป็นครั้งแรก โดยลูกบ้านสามารถสร้าง QR Code ผ่านแอปพลิเคชั่น Home Service ของแสนสิริ ให้กับแขกของตน แล้วแชร์ผ่าน E-mail, LINE หรือแอปพลิเคชั่นการส่งรูปภาพอื่น ๆ เพื่อใช้สำหรับสแกนผ่าน

ตั้งแต่ ประตู Gate Barrier ทางเข้าโครงการเข้า-ออก ไปจนถึงลิฟต์โดยสาร เพื่อขึ้นไปสู่ชั้นที่อยู่ของลูกบ้าน ในกรณีผู้มาติดต่อไม่ได้มีการนัดล่วงหน้ากับเจ้าของห้อง ผู้มาติดต่อสามารถใช้บัตรประชาชนลงทะเบียนที่ Smart Guest Registration ที่ประตู Main Entrance เพื่อออก QR Code และมานั่งรอลูกบ้านได้ที่บริเวณล็อบบี้

เรายังจับมือกับทั้ง ไปรษณีย์ไทย และผู้ให้บริการขนส่งสินค้าอื่น ๆ อาทิ เคอรี่ เอ็กซ์เพรสและเอสซีจี เอ็กซ์เพรส ช็อปสินค้าออนไลน์จากเทสโก้ โลตัส และบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ บริการรับฝากกระเป๋าเดินทาง

Sansiri

โดยพัฒนาระบบสมาร์ทล็อคเกอร์ และตู้จำหน่ายพัสดุอัติโนมัติ หรือ Smart Delivery เพื่อเชื่อมต่อกับ iBox ให้ลูกบ้านรับพัสดุได้โดยตรงผ่านรหัสผ่านที่ใช้ได้ครั้งเดียวที่ส่งมาให้ทางสมาร์ทโฟน 

และสะดวกสบายมากขึ้นด้วย แพลตฟอร์ม Smart Wash ซึ่งเป้นแพลตฟอร์มที่จะอำนวยความสะดวกในการซักผ้าของลูกบ้าน ด้วยระบบแจ้งเตือนสถานะการทำงานผ่านสมาร์ทโฟน และสามารถชำระค่าบริการผ่านระบบแอพพลิเคชั่น Home Service ได้ทันที

และเรายังได้สร้างระบบ Telecom บริเวณอาคารจอดรถ ซึ่งระบบจะช่วยให้ผู้พักอาศัยสามารถติดต่อไปยังห้อง รปภ. ได้โดยตรง เพื่อมาช่วยเหลือในบริเวณอาคารจอดรถ

ขณะที่ในส่วนของบริการ เราได้นำเอาหุ่นยนต์ iRobot Mirra 530 มาใช้ในการทำความสะอาดสระว่ายน้ำ เก็บใบไม้และเศษผงบริเวณก้นสระได้ สามารถขจัดสิ่งสกปรก, ตะไคร่ และแบคทีเรียด้วยชุดกรองแบบ Dual Top-Load (กรองผ้า) มีตัวแปลงไฟฟ้าจากไฟปกติเป็นแบบโวลท์ต่ำ ทำให้สามารถทำความสะอาดขณะมีการใช้สระว่ายน้าได้

ด้านประหยัดพลังงาน (iGreen)

Sansiri

แน่นอนว่าเพื่อให้ผู้พักอาศัยก้าวสู่โลกพลังานสะอาดเราได้พัฒนาแพลตฟอร์มบริการรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ Smart Move ส่วนหนึ่งใน Sansiri Home Service Application มาให้บริการยานพาหนะระบบเช่าครบวงจรแก่ผู้พักอาศัย

ในโครงการที่พักอาศัยทุกประเภท ทั้งคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ โดยโครงการ เดอะไลน์ อโศก-รัชดา จะมีการให้บริการรถยนต์ไฟฟ้าให้เช่า 2 คัน ได้แก่ รุ่น BMW i3s 1 คัน ชาร์ต 6 ชั่วโมง วิ่งได้ 130 km. และ Hyundai IONIQ Electric 1 คัน ชาร์ต 7 ชั่วโมง วิ่งได้ 280 km.

ซึ่งร่วมไปถึงบริการสถานีชาร์จประจุไฟฟ้า (EV Charger) สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า – Operated by Sharge ซึ่งใช้เวลาชาร์ตประมาณ 6-8 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับรุ่นของรถยนต์ที่นำมาใช้ชาร์จ) นอกจากนี้เรายังได้ทำ ตู้รีฟันด์เครื่องรับซื้อขยะอัตโนมัติ (Refun:Waste Machine) ทำหน้าที่รับขวดพลาสติกและกระป๋องโดยการตรวจสอบอัตโนมัติ

Sansiri

ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่มีหน้าจอสัมผัสและคำนวณเงินตอบแทน สามารถเลือกได้ว่าจะบริจาค แลกคูปองแทนเงินสดหรือเก็บสะสมแต้มได้ และท้ายสุดคือการสร้างระบบควบคุมข้อมูลข่าวสารจากส่วนกลาง หรือ Digital Information Board เพื่อคัดกรองข่าวสารก่อนที่จะแจ้งข่าวสารแก่ผู้พักอาศัย

ผ่านช่องทางดิจิทัล ในรูปแบบของจอแอลอีดี ขนาด 24 นิ้ว ติดตั้งภายในลิฟท์โดยสารจำนวน 3 ชุด ทั้งหมดนี้คือความตั้งใจของเราที่นำเอาเทคโนโลยีมาเพื่ออำนวยความสะดวกในทุกมิติของการใช้ชีวิตของผู้พักอาศัย

ความปลอดภัย (iSafe)

Sansiri

นอกจากนี้เราได้พัฒนาระบบควบคุมการทำงานของไฟฟ้าส่วนกลาง หรือ Smart Lighting Control เพื่อช่วยให้ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดไฟฟ้ามากขึ้น นิติบุคคลสามารถบันทึกข้อมูลการเปิด-ปิดไฟ และเครื่องปรับอากาศได้จากผ่านแพลทฟอร์มของทาง Supplier

ซึ่งเป็น Status Real Time โดยต้อง Log-in ผ่านทาง Internet ภายในโครงการถึงจะใช้งานได้ เพื่อลดเวลาการทำงานของนิติบุคคล ทั้งนี้ระบบการเปิดปิดแบบ Manual ก็ยังสามารถใช้งานได้อย่างปกติ

และเรายังได้ทำระบบตรวจสอบการเปิดปิดของประตูหนีไฟทั้งโครงการเพื่อรักษาความปลอดภัย หรือ Smart Door Safety Monitoring ขึ้น โดยหากประตูหนีไฟถูกเปิด แถบแม่เหล็กเซ็นเซอร์ที่ประตูจะส่งสัญญาณมาที่ระบบ และแจ้งเตือนที่ตู้แผนผังแสดง

เพื่อแสดงตำแหน่งประตูที่ถูกเปิด เมื่อเจ้าหน้าที่เห็นการแจ้งเตือนก็สามารถกดปุ่มรับทราบและทำการตรวจสอบประตูที่ถูกเปิด

เรายังได้นำนำเทคโนโลยี IoT มาสร้าง Double Security System เพื่อใช้ตรวจสอบ ติดตาม คาดการณ์ความเสียหายก่อนเกิดเหตุ และแจ้งเตือนในการซ่อมบำรุงระบบต่าง ๆ ตั้งแต่โทรทัศน์วงจรปิด อุปกรณ์ดับเพลิง  เครื่องปั่นไฟ ตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าหลัก ลิฟท์ ปั๊มน้ำ ระบบท่อระบายน้ำ และสระว่ายน้ำ

ซึ่งในปัจจุบัน จะมีการแจ้งเตือนไปยัง Platform ควบคุมระบบภายของโครงการ ในแผนระยะยาว เราจะดึงระบบบริหารจัดการในโครงการและระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ “เดอะไลน์ อโศก-รัชดา” มาไว้ที่ระบบส่วนกลาง เพื่อให้การแจ้งเตือนและการดูแลรักษาเป็นไปอย่างรัดกุม

และด้วย เครื่องบันทึกเวลาด้วยลายนิ้วมือ ที่เราติดตั้งจะช่วยให้เรื่องของการบันทึกเวลาเข้า-ออก สำหรับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และแม่บ้าน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้พักอาศัย

หมดห่วงเรื่องความปลอดภัย และเชื่อมต่อ ด้วยศูนย์ข้อมูล ทั้งภายใน และภายนอก

Sansiri

ในส่วนของการใช้ทคโนโลยี IoT เราได้ใช้เซนเซอร์ที่ผ่านการตรวจสอบ และเป็นไปตามมาตรฐานของเทคโนโลยี IoT จากผู้แทนจัดจำหนายที่เชี่ยวชาญ และเป็นผู้ที่ติดตั้ง ในขณะที่ในส่วนของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เพื่อให้ของให้เกิดการใช้งานที่ราบรื่นไม่สะดุด เราได้ใช้โครงข่ายอินทอร์เน็ตบรอดแบรนด์

จากผู้ให้บริการรายใหญ่ ทั้ง “ทรู อินเทอร์เน็ต บรอดแบนด์” และ “เอไอเอส บรอดแบนด์” ร่วมถึงเครือข่ายเน็ตของเราเอง ซึ่งผู้พักอาศัยสามารถมั่นใจได้ว่าระบบของเราสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินที่ไม่คาดฝัน 

นอกจากนี้ เพื่อความมั่นใจให้แก่ผู้พักอาศัยเราว่าข้อมูลที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล (Big Data) จะไม่รั่วไหล และปลอดภัย เราได้เตรียมความพร้อมในการจัดเก็บข้อมูล ด้วยการสร้างศูนย์ข้อมูลของเราเอง ผ่านเทคโนโลยี คลาวด์ และใช้บริการจากผู้ให้บริการที่มีความน่าเชื่อถืออย่าง อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส อีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น แสนสิริยังมุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดในการพัฒนาการบริหารจัดการอาคารแบบสมาร์ท คอนโดให้เหนือขึ้นไปจากแผนพัฒนา 3 ระดับดังกล่าว โดยยกให้โครงการ ดิ เอดจ์ (The Edge) ประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นอาคารอัจฉริยะที่สุดในโลกให้เป็นต้นแบบในการพัฒนาโมเดลสมาร์ท

คอนโดในอนาคตของแสนสิริภายในปี 2563  ซึ่งโครงการดังกล่าวโดดเด่นด้านการใช้เทคโนโลยี IoT เข้ามาเชื่อมโยงการจัดการอาคารเข้ากับผู้ใช้งาน

หรือผู้อาศัยที่มีความต้องการและพฤติกรรมที่แตกต่างกัน (Personalization) ได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกมิติ โดยโครงการนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นอาคารที่โดดเด่นด้านการจัดการพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุดในโลก

Photo Gallery

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ศุภวาท (บรรณาธิการและผู้สื่อข่าว)

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่

Comments

comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

66 ÷ = twenty two