ความท้าทายของผู้ก่อตั้ง เมื่อบริษัท สตาร์ทอัพ ที่สร้าง เริ่มจะกลายเป็น SMB การเติบโตที่รวดเร็วเกินไปอาจจะนำซึ่งความหวั่นเกรงในเรื่องต่าง ๆ

เร็กกี้ แบรดฟอร์ด รองประธานอาวุโส ฝ่าย Startup Ecosystem และ Accelerator, ออราเคิลให้ข้อมูลว่า ยุคทองของผู้ประกอบการนั้นมาถึงแล้ว ระบบคลาวด์ช่วยให้บริษัทคุณสามารถใช้เครื่องมือและทรัพยากรที่น่าตื่นตาตื่นใจ ช่วยให้ธุรกิจส่งบริการและผลิตภัณฑ์ชั้นเลิศออกสู่ตลาดได้ในเวลาอันสั้น และมีโอกาสเข้าถึงลูกค้าทั่วโลก

ก่อนที่จะมาร่วมงานกับออราเคิล ผมเคยเป็นผู้ประกอบการมานาน เคยตื่นเต้นและพึงพอใจที่ความคิดหนึ่งๆ ของผมมีส่วนสร้างความรุ่งเรืองให้กับองค์กร ผมตระหนักดีว่ากระบวนการนี้ยาวไกลเหมือนการวิ่งมาราธอนไม่ใช่การวิ่งระยะสั้น ในฐานะผู้นำคุณจะได้สัมผัสกับย่างก้าวที่แตกต่างกันและมีความท้าทายที่ไม่เหมือนกันตลอดเส้นทาง

บางครั้งสิ่งที่น่ากลัวที่สุดและยากที่จะยอมรับ คือช่วงแรกของการเปลี่ยนจากสตาร์ทอัพไปเป็น SMB ซึ่งเป็นย่างก้าวที่ทำให้ลักษณะบางอย่างของผู้นำที่เคยเป็นเหมือนทรัพย์สินที่มีค่าขององค์กรกลับกลายเป็นภาระให้กับองค์กร

การเปลี่ยนผ่านนี้อาจหมายถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบความเป็นผู้นำของคุณ โดยไม่ต้องละทิ้งอุดมการณ์ และตัวตนของคุณ หรือแม้แต่บทบาทที่แตกต่างไป เช่นการสนับสนุนบุคคลอื่นที่จะเป็นผู้นำในระยะยาวให้กับองค์กรได้

ธุรกิจใหม่ๆ เกิดจากการมองเห็นโอกาสที่ดี และการรวมตัวกันของผู้ก่อตั้ง เมื่อคุณมีความคิดที่บางครั้งอาจจะเป็นต้นแบบของการทำงานหนึ่งๆ แม้ว่าจะมีลูกค้าน้อย และคุณยังมองหาตลาดที่เหมาะสม เรียกว่าคุณคือสตาร์ทอัพ

ณ จุดนี้ ความกระตือรือร้นในการเป็นผู้นำ และพลังของแนวคิดนั้นๆ เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงทุกคนเข้าด้วยกัน และผลักดันให้ก้าวไปข้างหน้า ผู้เริ่มก่อตั้งทุกคนล้วนมีหน้าที่รับผิดชอบในหลากหลายบทบาท และมีแนวโน้มที่จะมีส่วนร่วมในการดำเนินงานต่างๆ ในแต่ละวันด้วยตนเองในแทบทุกแง่มุม

แต่เมื่อมาถึงจุดหนึ่งที่ขนาดของธุรกิจใหญ่ขึ้นจนไม่สามารถใช้การบริหารงานแบบสตาร์ทอัพได้ เมื่อคุณขยับจากที่เคยมีลูกค้าเพียงสองสามรายที่สนิทสนมกันเป็นอย่างดี ไปเป็นฐานลูกค้าที่ใหญ่ขึ้นเพียงพอที่จะใช้ระบบคลาวด์ หรือเมื่อธุรกิจของคุณขยายตัว คุณจะจัดอยู่ในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMB)

การที่ผู้ก่อตั้งมองเห็นโอกาสทางธุรกิจอยู่ตลอดเวลา และต้องการที่จะบริหารจัดการทุกด้านของธุรกิจด้วยตัวเองอาจกลายเป็นสิ่งที่ไม่เอื้อประโยชน์ให้กับผู้ก่อตั้งและบริษัท ปัจจุบันองค์กรจำเป็นต้องมีกระบวนการและข้อปฏิบัติที่เป็นกิจจะลักษณะ จำเป็นต้องบริหารจัดการพนักงานที่เพิ่มมากขึ้น

รวมถึงการบริหารจัดการสำนักงานจากภายนอก และการที่พนักงานสามารถทำงานจากที่ใดก็ได้ จะเห็นได้ว่าความรับผิดชอบเหล่านี้เกินกำลังของผู้ก่อตั้งที่จะเป็นคนตัดสินใจทุกด้านด้วยตนเองเพียงลำพัง

วิสัยทัศน์ในการมองเห็นโอกาสใหม่ๆ ของคุณเป็นเรื่องที่ควรคงไว้ ในขณะเดียวกันก็ถึงเวลาที่ควรลดดีกรีลงเล็กน้อยเพื่อให้ความกระตือรือร้นที่ใหม่สดตอนเป็นสตาร์ทอัพมีความสมดุลขึ้น ผู้นำทุกคนต้องรู้ถึงความเสี่ยงต่างๆ ของบริษัทก่อนที่ความเสี่ยงเหล่านั้นจะมากจนเกินเยียวยา และพร้อมที่จะตัดสินใจเรื่องยากๆ

สิ่งที่คุณทำเพื่อจะเปลี่ยนจากสตาร์ทอัพเป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในตอนนี้ จะมีผลต่อเนื่องไปอีกสองปีนับจากนี้ เมื่อถึงเวลาที่บริษัทจะกลายเป็นองค์กรขนาดใหญ่ขึ้น

เทคโนโลยีช่วยให้สตาร์ทอัพเปลี่ยนเป็น SMB ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยคงความคิดและแนวปฏิบัติดีๆ ในการมองหาโอกาสใหม่ๆ ไว้ได้ เนื่องจากคุณไม่สามารถจะสื่อสารกับทุกคนแบบเห็นหน้าเห็นตากันได้ตลอดเวลา จึงต้องใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อใช้ในการสื่อสารการทำงานได้ทั่วองค์กร และสื่อสารนโยบายต่างๆ จากผู้บริหารไปยังผู้ปฏิบัติงานได้

การประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์เป็นตัวอย่างการใช้ช่องทางออนไลน์ที่ช่วยให้พนักงานมองเห็นกันและกันไม่ว่าแต่ละคนจะอยู่ที่ใด ทุกคนจึงสามารถทำงานร่วมกันได้

สตาร์ทอัพ

การใช้ระบบคลาวด์เพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อมูล และทำความเข้าใจข้อมูลได้อย่างลึกซึ้ง อาจเป็นสิ่งสำคัญในระยะการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยเช่นกัน การมีข้อมูลอยู่ในมือผ่านระบบคลาวด์จะช่วยให้คุณประเมินตลาด โอกาส และทำการตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

สิ่งสำคัญที่สุดของการเปลี่ยนแปลงนี้ คือช่วงเวลาที่ผู้นำต้องรับรู้ถึงจุดอ่อนของตน น้อยคนนักที่จะประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนจากผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพไปเป็นซีอีโอของบริษัทมหาชน ทักษะที่จำเป็นต้องใช้นั้นแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

องค์กรจึงต้องเริ่มหาบุคคลเข้าร่วมเป็นทีมผู้นำทันที ไม่ว่าจะเป็นคนผู้ที่มีความคิดเฉียบแหลมกว่าที่คุณเป็น ผู้ที่มีประสบการณ์มากกว่า และผู้ที่เคยผ่านการเปลี่ยนแปลงลักษณะนี้มาแล้ว

สิ่งที่กล่าวมานี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นเรื่องยากที่จะหลุดจากการที่เคยได้เป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจทุกเรื่องอย่างที่เคยเป็น แต่การขับเคลื่อนการตัดสินใจในองค์กรนั้น คุณต้องไว้ใจและให้อำนาจแก่คนของคุณ และเชื่อว่าทีมผู้นำจะสนับสนุนคุณ

สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณก้าวขึ้นเป็น SMB ที่เติบโตต่อไปได้ การตัดสินใจที่ถูกต้อง การใช้เทคโนโลยีที่ใช่ และยอมรับข้อจำกัดของตนเอง จะช่วยสร้างความมั่นใจได้ว่าบริษัทคุณจะมีวัฒนธรรมองค์กรที่มั่นคง และจะสามารถอยู่รอดได้ในระยะยาว